| kawiwan さんのプロフィール*สเปซหน้าหนึ่งที่เป็นติว...フォトブログリスト | ヘルプ |
|
10月26日 *'...'ดี
.. จุดนี้ จุดนั้น จุดไหน โอ๊ย ..จุด จุด จุด จุด เต็มร่างกายไปหมด มันช่างน่าเศร้านัก ไอ้ จุด จุด จุด ที่ช้านอ้างเมื่อข้างต้น
มันคือ ของฝากจากนครสวรรค์ที่อิฉันไปค่ายมา10วันนั่นแล รอยแดงอันไร้ศิลปะที่พวกยุงฝากไว้ ทำให้หม่ามี้กริ้วมากเลย โวยวายว่ามันทำให้ลูกสาวแม่ไม่สวย ดีค่ะ ..การที่หนูเกิดมาไม่สวย มันไม่ใช่กรรมพันธุ์อีกต่อไปแล้ว เริ่ดค่ะ คุณแม่! ::จุดเริ่มต้นของสารานุกรมแมลงที่นครสวรรค์::
ช. ชีปะขาว
แมลงตัวนั้นตัวนี่ มีเยอะมากมาย... แมลงนี้มันร้ายจริงๆค่ะหัวหน้า
มันรุมทำร้ายช้านกันใหญ่เลยค่ะ เริ่มด้วยตัวอะไรก้ไม่รู้ นามว่า ชีปะขาว มีอยู่คืนนึง ช้าน(ซึ่งซวยมาก) ได้นั่งอยู่ใต้ไฟ และไอแมลงบ้านี้มันบินตลอดไม่เปน มันจะร่วงลงมาเป็นระยะๆ และมันก้ร่วงจริงๆ ก้ร่วงใส่ช้านเลยค่ะ เอาเลยค่ะ ร่วงมาเลย ร่วงมาเลย!! ร่วงมาทับช้านให้ตายไปเลยค่าาา!! ช้านก้รับมือโดยการเอาตัวใส่ในถุงนอน และใส่เสื้อกันหนาวมีฮูด แต่มันก้เข้าไปในถุงนอนค่ะ !!!! ไอ้บ้า!! แมลงเลวล่วงละเมิดช้านนนน!! มุดกัน ไต่กัน ลามเลียเต็มเกลื่อนทั่วตัวเลยค่ะ จุดนี้ และจุดนั้น ...หยุด! ย. ยุง
นังยุง..สปีชี่นี่มันร้ายยิ่งกว่าข้างต้นนัก
นอกจากจะสร้างความน่ารำคาญเฉกเช่นเดียวกับชีปะขาวแล้ว
มันยังสร้างความเจ็บปวด ..ที่พวกเราชาวค่ายได้แต่ยินยอมรับ(ความเจ็บปวด)
พวกมันเอาเลือด(สะอาดๆ)ของพวกเราไป
และทิ้งรอยแดงมิน่าดูไว้เปนจุดๆ
แม้ว่าจะกลับมาแล้วก้ตาม แต่ก้ไม่อาจสะบัดสิ่งที่แมลงทำไว้กับเราได้!!
เกลียด!!
เช้าวันถัดมาหลังกลับจากค่าย..
โอ๊ย ทรมานค่ะยังคัน คัน คัน คัน ไปถ้วนทั่วทั้งตัวทีเดียว ช้านก้ไม่ได้มีความรู้อะไรมากมายไปกว่า การนำยาหม่องแก้แมลงสัตว์กัดต่อยมาทาทา ('โอ๊ะ ทาทา ที่ไม่ใช่นักร้องนะคะ ตึงโป๊ะ!' <<มันคือมุขของหมอในรพ.ชื่อดังจิงๆค่ะ) โอเค ต่อ ..ช้านก้รื้อยาหม่องพันปีในตู้จนถึงตราถ้วยทองมาทาก้แล้ว ความคันนี้ก้ไม่จางหายไปจริงๆ ..จึงจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือ และแน่นอน ..พี่น้องคือช้อยส์แรก(และสุดท้าย)... ไม่งั้นจะมีไว้ทำไม!
อิฉันก้เริ่มจากคุณแม้ว IBMer เลย แม้วคือผู้หญิงที่จบเอกคอมมา ขณะนี้เรียนโทอยู่ที่เดียวกะพี่บีม (อันนี้ ไม่เกี่ยว) 'โอ๊ยๆๆ ทำไงดีอะ คันไปหมดเรย มีรอยแดงๆด้วย' ติวถาม
ส่วนคำตอบที่ไม่ต้องตอบก้ได้ของแม้วคือ .. 'อืม ..ใช้photoshopสิ ลบรอยแดงหมดเรยนะ'
ตึง ..
โอย .................ไม่ได้ช่วยอะไรเรยยยยย
จุดนี้ ........ไม่มีอะไรจะพูด นอกจาก ..สัตว์จิงโจ้มาก! ไม่เปนไร เรามีช้อยส์ต่อไปอีก (เริ่ดมากค่ะกับการมีพี่น้องมากมาย)
ถัดไป ก้คือ พี่หมอนั่นเอง ..คุณปูเลยค่ะ ใช่เนอะ ..ทำไมช้านถึงไม่ถามปูไปเลยล่ะ เพราะเธอเปนถึง 'นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่4 (ละสถาบันไว้ เปนการให้เกียรติกะสถาบันมาก)55' ณ ร้านoptical88 เซนทรัลปิ่นเกล้าซึ่งดิฉันไปตัดแว่นใหม่
เพราะสังเวยแว่นไปกะค่ายซะแล้ว ..(หายไปไหนไม่รู้ง่ะ) ขณะรอตัดแว่น
ติว :: 'ดูดิๆ ทำไงดีอะปู...คันอ่าาาา'
ปู :: 'อืม.. ก้ใช้ยา %^&$*& สิ (ซึ่งชื่อไรไม่รู้ฟังไม่รู้เรื่องโว้ยย!!) ...อืม ตอนนั้นช้านแพ้สร้อย เปนรอยทั่วคอเลย...โอ๊ะๆๆ แว่นอันนี้สวยเนอะ...ลองๆ~ แกๆๆ ถ่ายรูปให้ช้านหน่อยสิ สวยๆ' ...
เออ ...แกสวย!!
สรุป ...แล้วรอยยุงของช้านเนี่ย มันเกี่ยวอะไรกะแกแพ้สร้อยและแว่นอันนั้นว่ะ!?
การขอความช่วยเหลือมันเกิดประโยชน์อะไรกะช้านนนนนนนน~??
สุดท้ายช้านก้ไปนั่งทายาหม่องตามเคย
พวกคุณๆกำลังจะถามใช่มั้ยค่ะ ว่าทำไมดิฉันถึงไม่ถามพี่น้องคนอื่นต่อ เพราะว่าคำตอบที่ได้มันอาจเปนเช่นนี้ค่ะ จากการคาดการ..ออกมาดังนี้ พี่มิงค์ :: 'ก้สมมติว่ามันไม่มีสิ'
จุดนี้ ..ตามสไตล์เด็กเสดสาด พี่มุ้ยหมี :: 'ก้ใช้ แป้งชีเน่ ตบทับไปสิ'
จุดนี้ ..นะฮะ ต้องลองไปอ่านบทซิทคอมในเครือซีนารีโอที่คุณเธอเขียน หรือบางทีอิฉันอาจต้อง 'แฟรชแบ็ค' กลับไปจุดที่ยังไม่เกิดยุง ส่วนน้องอาย :: 'อ๋อ..สัตว์ยุงที่อดีตมันต้องเปน 'ลูกน้ำ' ก่อนใช่มะ'
จุดนี้ ..น่าเบื่อ!! ราวกับนั่งดูโฆษณาน้องแพทกะพี่มาร์คซ้ำกัน20รอบ โว้ะ! สรุป ..ติวติวพึ่งตัวเองเปนดีที่สุด
และวันถัดๆมาช้านก้เพิ่งเหนความดีความงามของ 'บัวหิมะ' ที่หอบหิ้วกันมาจากทริปจีนครั้งที่แล้ว มันเริ่ดมาก!!! ช้านรักแก!!! เอ่อ ..ลืมเขียนเรื่องค่ายไปเลยใช่มั้ยนะ ..ใช่!
แล้วก้จบ ...ดื้อๆ (ไว้มาเขียนจริงๆน่า...!!) 10月1日 wo!*โว้วว ..ปิดเทอมมาถึงแล้ว :) หมดเทอมนี้ก้แอบเบลอๆอีกแล้ว เนิร์ดดี้ๆ มากๆๆๆๆ (จนเซ็ง)
ตอนนี้ช้านลืมไปแล้ว ว่าช้านแอบบลิ้งค์ตอนต้นเทอม เพราะว่าโลกมันช่างสวยงาม ได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่(ดีชะมัดเลย) แต่หายนะก้มาถึงเมื่อช้านผู้ซึ่งระเริงมากไป งานเลยกองทับถมตั้งแต่วันนั้น จนเพิ่งได้หลุดพ้นเมื่อเขียนessayคุณโทนี่เสร็จน่ะคะ การที่ช้านต้องปั่นงานตลอดเวลา ทำให้ผู้หญิงที่นอนตั้งแต่4ทุ่ม(ซึ่งเร็วมากเรย)
กลับกลายเปนว่านอนตี2-3 ทุกวัน และต้องตื่นมาเรียน8โมงเช้าอีก มันช่างน่าเศร้าใจยิ่งหนัก ความเปล่งประกายก้ค่อยๆเลือนหายไป และก้หายไปเลย ........ หน้าซีด และโทรม และเหี่ยวมากมายจนทุกวันนี้... ลาก่อน... (ก้แค่อยากบลิ๊งค์บ้าง)
หรือว่ามันต้องบลิ๊งค์จากชาติตระกูล เช่นอาจารย์บลิ๊งค์เป็นต้น (ก้เปนได้แหะ..) *เทอมนี้เปนเทอมที่ช้าน หาว และถอนหายใจ บ่อยสุดๆ!!
และค้างคา.......... และ ............ ช้านแอบมีเรื่องเล่าที่อยากจะเล่าแหละ คือ..ตามที่ทุกท่านทราบดีกันดีว่า
ดิฉันเป็นเด็กผู้หญิงที่ไม่เคยรับรู้ข่าวสารบ้านเมือง และข่าวสารเกี่ยวกับโรงเรียน หรือมหาลัยอะไรกะเค้าเรย คือแบบว่าปิดเทอม เปิดเทอมใดๆ กิจการใดไม่เคยทราบ ต้องมีคนเตือนและถามคนอื่นประจำ และแล้ว ..
ในที่สุดก้ถึงจุดพีคซะที ที่ช้านควรจะสำนึกอะไรบางอย่างได้น่ะ เรื่องแรก
คือ ..ช้านลืมลงทะเบียนเรียน!!! ถ้าจะพูดว่า ลืม มันก้ไม่ถูกซะทีเดียวหรอก แต่ว่า ช้านแค่นึกว่า มันยังไม่หมดเขตเท่านั้นเอง(จริงๆนะ) ถึงแม้ว่าเพื่อนๆพี่ๆน้องๆพยายามเตือนช้านให้สำนึกถึงการลงทะเบียนเรียน
ที่กำลังเคลือบคลานเข้ามาหลายต่อหลายครั้ง แต่ช้านก้เพิกเฉย(ได้อีก) และเมื่อวันศุกร์โน้นนซึ่งเปนวันสุดท้าย ที่นิสิตที่ดี! ควรจะต้องลงทะเบียนเรียนแล้วไง ช้านในฐานะนิสิตบ้าบอ ยังระเริงละเล่นอยู่เลย จนเวลา2ทุ่มกว่าๆ มีโอกาสได้เจอะกะกนก หมี และเอ็น และก้รับรู้ความจิง (อันโหดร้าย!) ที่ว่าเขาปิดลงทะเบียนไปแล้ว ตึง ........(ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย..)
ช็อกไปแล้ว
แต่ก้ช่างเหอะ ช้านย้อนเวลาไม่เปนนี่นา..
กระนั้นก้ตาม ..ช้านก้มีเพื่อนที่เปนตุนาหงันกัน(ได้อีก)
คือ นังแป้ง นั่นเอง ... (ทำไมแกต้องติดเชื้ออะไรที่ไม่ดีๆจากช้านไปวะ 555 เสียใจด้วยจิงๆ) เรื่องที่สอง
อันนี้ขอแฟรชแบคไปก่อน ติวติว : "เฮ้ย ถามหน่อย ..พุ่งนี้สอบกี่โมง"
มะแป้ง : "9 โมง" เช้าวันถัดมา
เวลา 8.30 นังแป้งกำลังรับประทานอาหารเช้าอย่างเอร็ดอร่อย กะลังกินไข่เจียว(จะบอกทำไม) จังหวะนั่นเอง แองจี้ (เธอคือนางฟ้าสมชื่อจิงๆ) ก้เดินมาทุบโต๊ะแป้ง แล้วไล่แป้งให้ไปสอบ ..กรุณานึกภาพตาม ภาพนังแป้งตกใจมากเนื่องจากสมองรับรู้มาตลอดว่า สอบ9 โมง แต่ไหง 8.30 นิสิตปี2 คณะอักษรศาสตร์ถึงขึ้นไปสอบกันหมดแล้ว แป้งก้ตะลีตะลานวิ่งขึ้นห้องสอบไป โดยที่ ....เธอลืมไปรึเปล่า ...
ตัดภาพไปที่ติวติว ขณะนั้นเวลา 8.40
กะลังระเริงละเล่น อยู่หน้าตึกบรมราชกุมารี(ซะเต็มยศเรย) คิดในใจว่า ทำไมไม่มีใครนั่งอยู่ข้างล่างเรยฟระ แต่ก้ยังไม่รู้ตัวว่าหายนะกำลังคลืบคลานมาถึง(อีกแล้ว) (ไม่รู้ตัว ขนาดว่าจะเดินไปเก็บของที่ห้องกอซ) และขณะนั่นเอง ..ช้านก้เจอนางฟ้าของช้าน นั่นคือ นังบอยจีน (ขัดกะภาพลักษณ์นิดหน่อย ..แต่ช้านก้ให้มันเปนนางฟ้าของช้านนะ อิอิ) ติวติวเห็นบอยที่กำลังร้อนรนวิ่งอยู่หน้าตึก4 แล้วบอยก้ถามติวว่า .สอบห้องไหนอะ .. (คิดยังไงถามช้านล่ะ ..คนอย่างช้านจะรู้มั้ย?) เราก้เลยถามบอยกลับว่า ..บอย สอบกี่โมงอะ.. "8โมงครึ่ง"
...ตึง ..
กี๊ดๆๆๆ ว่าแล้วก้วิ่งไปตึกบรมอย่างไม่รู้ห้องสอบกัน2คน (แต่ก้หาห้องเจอนะ) สรุปเข้าสายไป15 นาที และที่น่าเศร้ากว่านั่นคือ
...ช้านนึกว่า มีเวลาให้ทำ3ชม.ซะอีก!!!!!!... (โง่เอ๊ย!) แต่อาจารย์ให้เวลาแค่2ชม.เท่านั้น ................ซึ่ง มีข้อสอบเขียน6หน้า และเลือกตอบ40ข้อ(ซึ่ง..ช้อยส์ไม่ช่วยอะไรเลย) มันยากกว่าข้อสอบเอนท์3เท่านั่นแล ..... เกลียด! โว้ะ ........
คิดไปมา... ก้ตลกดีเหมือนกัน
(หรือช้านติดเชื้อจากแป้ง... หรือเราไม่ควรอยู่ด้วยกัน..55)
:: นิทานทั้ง2เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า .."บางทีคนเราก้ควรรับรู้อะไรบ้าง!" ::
* ตั้งแต่พุ่งนี้ ช้านจะไปทำสื่อที่คณะนะ ไปช่วยกันทำด้วยนะ (ปิดเทอมบ้างรึเปล่าเนี่ยช้าน..) ** ไว้ช้านจะเขียนนะ แต่ว่ารอให้ช้านมีสติกว่านี้ก่อน รอก่อนนะคะ
*** ช้านอัพรูปไว้นะ ที่ค้างคาทั้งหมด มันตลกมากเลย วันนั้นช้านไปถ่ายรูปเหล่ามหารมาด้วยล่ะ จบ---- -- ติวในภาวะพูดจาไม่รู้เรื่อง เขียนไม่รู้เรื่องอะ |
|
|